อธิบดีกรมศิลปากรลงพื้นที่ดูเสาตะลุงหัวขาด ยันทำตามหลักฐานรูปถ่ายที่พบ ถ้าใครมีเก่ากว่ามาคุยกันไหม่พร้อมพิจารณาและนำเข้าที่ประชุม

ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวเด่น


   เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 31 พค ที่เพนียดคล้อช้าง ม.3 ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายอรุณศักดิ์ กิ่งมณี รองอธิบดีกรมศิลปากร นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา และพ.อ.ไชยา จุ้ยเจริญ รองผอ.รมน.จ.พระนครศรีอยุธยา และนางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผ.อ.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเดินทางมาตรวจสอบความคืบหน้าการซ่อมแซมบูรณะซ่อมแซมเพนียดคล้องช้าง และจุดที่มีประชาชนคัดค้านว่ามีการตัดหัวเสาตะลุงออกไป 


   โดยอธิบดีกรมศิลปากร พร้อมคณะได้เดินดูรอบบริเวณภายในเพนียด ซึ่งมีการซ่อมแซมเสาตะลุงด้านใน เชิงเทิน ซึ่งพบว่ามีหัวมันหรือหัวบัวสวยงาม มีการสั่งการให้เพิ่มดินถมพื้นภายในบางส่วนที่มีการทรุดตัวลงไปเล็กน้อง จากนั้นได้ไปตรวจดูบริเวณด้านหลังแนวเพนียดซึ่งเป็นจุดที่มีการร้องเรียนการตัดหัวเสาตะลุง ซึ่งนายอนันต์ ได้นำภาพถ่ายสมัยรัชกาลที่ 5 มาดู และเปิดเผยว่า จากหลักฐานภาพถ่ายที่ทางศิลปากรได้มา ทำให้เห็นว่าเสาตะลุงด้านนอกสมัยรัชกาลที่ 4 และ 5 ไม่มีหัวบัวหรือหัวทรงมัน จึงได้อนุมัติแบบการซ่อมแซมตามหลักฐานภาพถ่าย ส่วนการซ่อมแซมที่ผ่านมาหลังรัชกาลที่ 5 นั้น พ.ศ.2500 เป็นต้นมา ไม่สามารถวิจารณ์หรือกล่าวถึงการซ่อมแซมได้ว่าใช้แบบอย่างไร และทำไมจึงไม่ทำตามแบบสมัยร.4 ร.5 และยอมรับว่าการซ่อมทั้งสามครั้ง โดยเฉพาะครั้งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จมานั้น เป็นช่วงที่ซ่อมทั้งหมดเป็นหัวบัวจริง แต่ไม่ทราบว่าทำไมจึงเป็นแบบนั้น ในการบูรณะครั้งนี้ ได้ยึดตามหลักฐานที่มี หากทางประชาชนมีหลักฐานภาพถ่ายหรือข้อมูลระบุได้ว่าก่อนหน้ารัชกาลที่ 5 นั้นเสาตะลุงมีหัวบัวหรือเป็นเสาทรงมัน ก็ขอให้มาแสดง ตนยินดีที่จะพิจารณาและรับฟัง


   ด้านนายนิวัฒน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ตัวแทนชมรมทำดีเพื่อแผ่นดิน ได้นำตัวแทนของชาวบ้านที่มาพบกับอธิบดีกรมศิลปากร ประกอบด้วยนายนพพร ขันธนิกร  นายสายัณ ขันธนิกรและตัวแทนลูกหลานที่พ่อแม่ปู่ย่าเคยเป็นกรมช้างที่เพนียด ได้ขอร้องให้กรมศิลปากรทบทวนการตัดหัวเสาตะลุงครั้งนี้ โดยชาวบ้านยินดีที่จะไปหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์มายืนยันว่าก่อนหน้านั้นเสาตะลุงมีหัวทรงมัน หรือหัวบัว เนื่องจากมีหลักฐานทางพงศาวดารและหนังสือเก่าอ้างอิง ถึงลักษณะของเสาตะลุงที่มีหัวบัวเพื่อให้น้ำไหลลง และยังเป็นประโยชน์ต่อการผูกรั้งช้างขณะเข้าเพนียดได้ ซึ่งภาพที่มีการตัดหัวเสาตะลุงในครั้ง ร.4 หรือ ร 5 ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นเสาที่ทำถูกต้อง เนื่องจากจะสังเกตว่าการซ่อมแซมเสาตะลุงทั้ง 3 ครั้งในเวลาต่อมามีหัวทรงบัว โดยเฉพาะการซ่อมในสมัย ร.9 มาทอดพระเนตรการคล้องช้าง ก็มีหัวบัว แสดงว่าทั้งสามครั้งอาจจะถูกก็ได้ และพบว่าที่ผ่านมาผิดจึงได้ทำเหมือนกันตลอดมา การที่กรมศิลปากรตัดสินใจตัดหัว ถือเป็นการขัดต่อพระปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่พระองค์ทรงต้องการให้การกระทำกิจกรรมใดๆ โดยเฉพาะรัชสมัยของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้มีการต่อยอด แต่นี่กรมศิลปากรมาตัดยอดเสาตะลุง ซึ่งพระองค์เคยเสด็จทอดพระเนตร ที่สำคัญในการที่ส่งข้อมูลให้ยูเนสโก้ เพนียดคล้องช้างก็เป็นโบราณสถานประกอบ ก็มีหัวเสาทั้งด้านนอกด้านใน จึงเห็นว่ากรมศิลปากรควรทบทวน และทำให้ชาวบ้านได้สืบทอดความรู้สึก

กอบกฤษณ์ ชูกลิ่น อยุธยา